เมื่อแรกมาถึง
บ่ายโมงตรง เราสองคนมาถึงตัวอำเภอด้วยรถโดยสารเที่ยวหกโมงครึ่งจากเชียงใหม่
หลังออกจากหมอชิตมาค่ำก่อนหน้านี้ราวสามทุ่ม คนเก็บค่าโดยสารเป็นสาววัยรุ่น
ช่วยฉันกับช่างภาพกวาดสัมภาระทั้งหมดลงมากองบนพื้นก่อนคนขับผู้ชำนาญทางโค้งจะบึ่งรถต่อไปยังเมืองแม่ฮ่องสอน
ทิ้งเราอยู่ในเปลวแดดใต้ท้องฟ้าใสกระจ่าง ให้เราได้เริ่มต้นฤดูหนาวกันที่ขุนยวม
บ้านไม้เรียงรายกันอยู่สองข้างทางหลวงหมายเลข
108 ซึ่งตัดตรงผ่านลาดเนินใจกลางขุนยวม แต่กลับเงียบเชียบยิ่งกว่าถนนในหมู่บ้านบางแห่งของกรุงเทพฯ
เสียอีก บ้านริมถนนส่วนใหญ่เปิดเป็นร้านขายของชำ หรือไม่ก็ร้านอาหารตามสั่งหลายร้าน
เห็นแล้วเข้าใจได้ว่าช่วงเทศกาลชะมดอกบัวตองคงจะคึกคักน่าดู
เช้าตรู่ขณะที่เมืองยังหลับใหล
ฉับกับช่างภาพจะฝ่าหมอกขาวโพลนมาตลาดเช้า เราต้องสวมแจ๊กเก็ตและเอาฮู๊ดขึ้นมาคลุมศีรษะไว้
ละอองหมอกนั้นเหมือนกับละอองฝนทีเดียว
ตลาดเช้าขุนยวม
ไม่คึกคักเท่าตลาดในเมืองท่องเที่ยวอื่น แต่ก็อาจมีคนแปลกหน้ามาเดินเก้ๆ
กังๆ บ้าง เมื่อถึงฤดูท่องเที่ยว ช่วงที่เหลือมีแต่คนท้องถิ่นและแม่ค้าในชุดไทยใหญ่สวมกุบไต
ผู้ซึ่งจัดวางของที่เตรียมมาขายอย่างเป็นระเบียบ อันได้แก่ พืชผักสวนครัวและดอกไม้ที่เพิ่งเก็บมาจากบ้าน
มะละกอลูกใหญ่ 1 ลูก 5 บาท กล้วยน้ำว้าอวบอ้วนสุกคาต้น 1 หวี
3 บาท ถั่วพูห่อเป็นกำด้วยใบตองตึง กำละ 2 บาท ลิ้นฟ้าที่เพิ่งสอยลงมาหลายฝัก
ฝักละ 5 บาท นั่งขายกันตั้งแต่ติดตลาดตอนตีสามไปจนถึงเจ็ดโมงเช้า
ก่อนตลาดวายขายกันไปดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ ได้เงินก็เอาไว้ซื้อขนมกิน
คุณป้าคุณยายบอกอย่างน่ารัก
เราเดินดูของช้าๆ
คนไทยใหญ่ไม่นิยมเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ในตลาดจึงมีขายเฉพาะเนื้อหมู
ไก่ และปลา นอกจากนั้นเป็นพวกผัก ผักกำน้อยๆ ขายสองสามบาท ไม่มีใครซื้อของทีละมากๆ
ไปอัดไว้ในตู้เย็นเหมือนแม่บ้านเมืองกรุงผู้มีเวลาน้อยนิด คนขุนยวมซื้อกับข้าววันต่อวัน
พวกเขามีเวลาเหลือเฟือสหรับหาของที่ต้องการ
ฉันซื้อของกินเล่นไทยใหญ่อย่างข่างปองเต๊กเบิ้ง
มะละกอดิบปรุงรสแล้วนำมาทอดในกระทะแบนๆ เรียกว่า เบิ้ง และขนมถั่วเต็กเบิ้ง
กับขนมครกแบบโบราณจริงๆ ที่ไม่ซับซ้อนแบบต้องโรยฟักทอง ข้าวโพด
หรือเผือกลงไปผสม แล้วทำแผ่นกรอบๆ ไว้ตรงขอบ แค่ขนมครกธรรมดานิ่มๆ
แอบน้ำตาลทรายแดงไว้ให้จิ้มต่างหากข้างกระทงเท่านั้น ทั้งหมดนี้จะยิ่งอร่อยเมื่อได้มานั่งกินแกล้มกับกาแฟของลุงจิ่ง
แสงใสหน้าศาลาอเนกประสงค์
นอกจากร้านกาแฟ
ร้านข้าวแกง ร้านขายของชำ หรือหน้าบ้านที่มีที่ให้นั่งเล่นแล้ว
ราใช้เวลาส่วนหนึ่งในวัด ที่ขุนยวมมีวัดของชาวไทยใหญ่หลายวัด
ฉันชอบศาลาไม้โย้เย้ของวัดต่อแพที่สุด ศาลาหลังน้อยนี้มีที่นั่งหันหน้าเข้าหากันตั้งอยู่คร่อมลำรางเล็กๆริมรั้ว
เบียดชิดนาขั้นบันไดสีเขียวสดที่เบื้องหลังเป็นภูเขาลูกย่อม
ให้เราได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของรวงข้าวเจือมาในสายลม