| |
|
|
|
 |
บทความและภาพโดย....สร้างสรรญจร |
|
|
|
เจ๋วะรัฏฏะ หรือ
เมืองแจ๋ม อ.แม่แจ่ม จ. เชียงใหม่ อำเภอที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย
เมืองหลังขุนเขาอินทนนท์ ที่ราบลุ่มที่มีแม่น้ำแจ่มไหลผ่านกลาง
มีขุนดอยโอบล้อมรอบ มีวัดวาอารามโบราณที่มีตำนานและเรื่องเล่าที่น่าสนใจ
มีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของคนเมือง ดินแดนที่เชื่อมโยงขุนเขา
สายน้ำ ทุ่งนา วัดวา และผู้คนไว้ด้วยกันอย่างงดงามด้วย ความงามทางศิลปะของวัฒนธรรมในธรรมชาติ
แม่แจ่มยังคงความสมบูรณ์และเข้มแข็งทั้งทางด้านวิถีชีวิต ประเพณี
วัฒนธรรมแบละภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์
ได้แก่ คนเมือง คนปวาเก่อญอ (กระเหรี่ยง) ลั๊วะ ม้ง และลีซอ
ท่ามกลางกระแสทุนนิยมและบริโภคนิยม ความสะดวก สบาย ง่าย รวดเร็ว
ทันสมัย ได้ทยอยกันเดินทางข้ามสันดอยอินทนนท์ มาถึงเมืองแจ๋มก่อนหน้าใครหลายคนที่เดินทางมาที่นี่
บางอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไป แต่ความงดงามของดอกไม้แห่งวัฒนธรรมภูมิปัญญาล้านนาเดิม
ได้เบ่งบานในงาน จุลกฐิน
ที่วัดยางหลวง ตลอดระยะเวลาหกเจ็ดปีที่ผ่านมา และยังคงเบิกบานงดงามสดใสอยู่ในหัวใจผู้มาร่วมงานตลอดไป
|
|
| การเริ่มตระเตรียมงาน
ต้องเริ่มจากการเตรียมปลูกฝ้าย เพื่อ ทอผ้าทันใจ
วันพญาวันในความเชื่อของล้านนา เป็นวันมงคลที่เหมาะแก่การเริ่มต้นทำสิ่งที่ดีงาม
ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลปี๋ใหม่เมือง (วันสงกรานต์) ชาวบ้านยางหลวงใช้วันนี้ในการเริ่มต้นเตรียมทุ่งนาที่หน้าวัดให้เป็นแปลงปลูกฝ้าย
แล้วมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดูแลแปลงฝ้ายจนเติบใหญ่ ก่อนวันงานพิธีจุลกฐินสองสามวัน
ชาวบ้านจะตกแต่งรั้วไร่ฝ้าย และที่ตั้งเครื่องสักการบูชา ซุ้มประตูเข้า
ทำให้ดูมีคุณค่าควรแก่การทำพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ มากยิ่งขึ้น |
|
|
|
แล้วแล้ววันพิธีก็มาถึง
เมื่อเข็มนาฬิกาเดินทางสู่วันใหม่ กิจกรรมการละเล่น บันเทิงทกอย่างก็เงียบลง
คณะศรัทธาทั้งหมดพร้อมกันในอุโบสถ ก่อนตั้งสมาทานศีลและตั้งสัตยาธิษฐานในการทำจุลกฐิน
หรือที่โบราณเรียกว่า กฐินแล่น
ที่ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธานำผ้ามาถวายพระสงฆ์ เพื่อนำไปกรานให้แล้วเสร็จภายในวันเดียว
ถือเป็นกาลทาน คือทานที่ถวายได้เฉพาะกาลในเวลาจำกัดเพียงหนึ่งเดือน
ซึ่งกำหนดไว้ในช่วงท้ายฤดูฝนเท่านั้น เมื่อเสร็จพิธีจากในอุโบสถ
เจ็ดสาวน้อยพรมจรรย์เปรียบปานนางฟ้าทั้งเจ็ดก็รายรำออกมาทางซุ้มประตูหน้าวัด
ผู้เฒ่าถือก๋วย (ตะกร้า)ใส่ฝ้ายเดินมาตรงกลาง วงละล้อ ซึง กลอง
แห่ตามกันมา ท่ามกลางแสงคบเพลิงและแสงเทียน ฟ้อนรำเพื่อบูชาเทวดาฟ้าดินและขอบคุณพระแม่ธรณีที่ช่วยปกปักรักษาแปลงฝ้าย
หน้าปะรำเครื่องสักการะ ผู้อาวุโสในหมู่บ้านก็จุดธูปเทียนบอกกล่าวขอเก็บดอกฝ้าย
เพื่อนำไปปั่นผ้าทันใจ จากนั้นคณะศรัทธาก็ร่วมกันเก็บดอกฝ้ายในก๋วย
(ตะกร้า) จากนั้นจะนำปุยฝ้ายไปแกะเมล็ดในวิหาร แล้วให้ผู้ชำนาญปั่นเป็นเส้น
แล้วนำมาทอข้างนอกรอบๆวิหาร ขับกล่อมด้วยพิณเปรี๊ยะ พาให้เคลิบเคลิ้ม |
|
| ประเพณี
ตานผ้าทันใจ หรือการถวายผ้าที่ทำอย่างรวดเร็วทันใจ โดยต้องปั่น
ทอ เย็บ และย้อมภายในคืนเดียว เป็นการสร้างความร่วมมือร่วมใจ ความสามัคคีของผู้ที่ร่วมกันทำ |
|
|
|
ความอลังการณ์ละลานตาอีกอย่างหนึ่งของงานจุลกฐินวัดยางหลวง
ที่ดูเหมือนจะเป็นเอกลักษณ์ของงานไปแล้ว ก็คือ ขบวนแห่ผ้าทันใจและต้นกฐิน
ซึ่งเริ่มต้นที่บ้านหม้อขางคำ (บ้านอาจารย์เผ่าทอง)
ผ่านหน้าวัดป่าแดด ลงทุ่งนาป่าแง ลัดเลาะผ่านคันนา ลำเหมือง ก่อนลงสู่แม่น้ำแรก
ขึ้นทุ่งนาอีกครั้ง ผ่านเข้ามาทางไร่ฝ้ายแล้วจึงเข้าสู่ซุ้มประตูหน้าวัดยางหลวง
ทุกๆปีจะมีการฟ้อนรำหน้าขบวน ซึ่งเป็น การฟ้อนปิติ
หรือการฟ้อนจากความรู้สึกที่อยากร่วมแสดงความยินดี ก่อนเข้าซุ้มประตูวัด
ก็มีขบวนช่างฟ้อนอันงดงามนำฟ้อนแห่รอบโบสถ์ ครั้นพอผ่านซุ้มประตูไปแล้ว
จะมีบรรดาแม่อุ๊ย นุ่งซิ่นตีนจกสวมเสื้อพื้นเมืองมายืนถือขันใส่ข้าวตอกดอกไม้
คอยโปรยพรมใส่ขบวนที่ผ่านเข้ามาในวัด หลังจากนั้นก็นำผ้าทันใจและต้นกฐินไปถวายในวิหารเป็นอันเสร็จพิธี |
|
| ความงดงามแห่งประเพณีที่สืบทอดกันมา
ความร่วมแรงร่วมใจ ความสามัคคีของคนในท้องถิ่น สร้างแรงดึงดูดให้คนข้างนอกอยากเข้าไปสัมผัสและเห็นด้วยกับตาตัวเองสักครั้ง
งานบุญที่ยิ่งใหญ่ แห่งดินแดนล้านนา.... |
|
|
| |
| |
| |
| |
| |
|
|
Copy
right 2006@Sumbala Team |