โดย สร้างสรรญจร


เพลงครูแห่งขุนเขา
คำร้อง/ทำนอง สร้างสรรญจร

เขาเป็นครู อยู่กลางพงไพร
ชอบเดินทางไกล ไปในโลกกว้าง
ชอบขี่รถถีบ เป่าขลุ่ยไปพลาง
คนสองข้างทาง บ้างว่าเขาบ้า

แต่เขาเป็นครู ครูแห่งขุนเขา
บันทึกเรื่องราว ที่ผ่านไปมา
ผู้คนมากมาย ต่างปรารถนา
อยากเป็นคนกล้า คนแกร่งดั่งเขา

ปั่นรถถีบโบราณ วาดฝันพร้อมเดินทางไป
เยี่ยมเยือนผองเพื่อนแดนไกล ลาวไทยจีนมาเลเซีย
สิงค์โปร์หลายพันโลเคยผ่าน จากวันวานมาถึงวันนี้
ยังตีลังกาท่าทางตลกดี มิตรไมตรีมีให้ทุกคน

เขายังเดินทาง ไปกลางดอยไกล
เรื่องราวมากมาย ให้เด็กดอยได้รับรู้
สิ่งที่เป็นมาเป็นไปเป็นอยู่ อย่าเชื่อตามครู
.....เธอต้องเรียนรู้เอง...

 

    ชีวิตความเร็วต่ำกับความงดงามของการเดินทางแสวงหาคุณค่าของชีวิต
“ไปช้าๆ..เห็นชีวิตชัดเจน”

ครูชูชาติ พรหมพันธุ์ “ครูแห่งขุนเขา” เชื่อและทำเช่นนี้มากว่า 30 ปี รถถีบโบราณ,ขลุ่ย,ลีลาโยคะหัวปักท้ายรถถีบ,สมุดบันทึก-สมุดภาพเล่มโต สิ่งเหล่านี้คืออุปกรณ์ในการเดินทางสร้างมิตรภาพ จากบ้านสวนที่สันกำแพง เชียงใหม่ ครูชูชาติได้เดินทางไปทั่วเอเซียอาคเนย์ ในช่วงสี่ห้าปี่ที่ผ่านมา ด้วยรถถีบโบราณคันเก่งที่ จูง เข็น และปั่นไปในทุกที่ ทั้ง ลาว พม่า เวียดนาม จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ วัด ศาลาริมทาง บ้านในชนบทของมิตรต่างแดน ได้สร้างประสบการณ์ดีๆมากมาย รูปภาพและข้อความถูกบันทึกไว้หลายเล่มโต รอการให้ผู้สนใจไปอ่านดูเพื่อให้คุ้มคุณค่าที่ครูได้เดินทางไปแสวงหา
โรงเรียนสบแม่รวม โรงเรียนกลางหุบดอยถนนธงชัย ที่ต้องข้ามผ่านสันดอยอินทนนท์ ลงสู่เมืองแจ๋ม ไปอีกกว่าร้อยกิโล บางครั้งครูเคยถีบรถถีบจากบ้านสันกำแพง เพื่อไปสอนหนังสือเด็กที่นั่น เมื่อรู้สึกเบื่อกับการขับมอเตอร์ไซต์ ระยะทางข้ามสันดอยกว่า 220 กิโลเมตร ได้บอกเรื่องราวของการเป็นครูแห่งขุนเขาได้ชัดเจน เสียงขลุ่ย เสียงแอคคอเดี่ยน และทางตีลังกาลีลาโยคะ สร้างความมหัศจรรย์ให้แก่ผู้ที่พบเห็นและรู้ว่าเขาคือผู้อำนวยการโรงเรียนประถมในขุนเขา ผู้ซึ่งเดินทางอยู่บนเส้นบางๆระหว่าง ผีบ้าและอัจฉริยะ ผู้ที่ได้สัมผัสสนทนาแลกเปลี่ยนเท่านั้นที่ตอบตัวเองได้ ในสิ่งที่เขาเป็น
บ้านดงดอย-เดียร์ ในสวนสวยที่บ้านป่าเปางาม สันกำแพง มีแม่บ้านที่น่ารัก ผู้ปั้นถ้วยชามโบราณและทำอาหารเก่งอย่าง ป้าสุรางค์ พรหมพันธุ์ คอยต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่าน ลูกชายที่น่ารักอย่างน้องก๊อกแก๊ก ผู้มีลีลากระดิกหูสร้างความมหัศจรรย์ได้ไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ นี่คือครอบครัวอันอบอุ่นที่รอคอยต้อนรับมิตรนักเดินทาง เข้าสู่โรงเตี๊ยมของสำนักจอมยุทธนักเดินทาง ที่ได้เดินทางแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเรียนรู้เรื่องราวดีๆ ของครูชูชาติ อย่างมิขาดสายตลอดมา
ถ้าคุณรู้สึกว่าโลกหมุนเร็วขึ้นจนเห็นทุกอย่างแค่ฉาบฉวยและเลือนราง ชีวิตในเมืองใหญ่หลายอย่างเป็นแค่ภาพมายา คุณค่าของชีวิตที่แท้จริงคือสิ่งที่คุณอยากแสวงหา การเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อนที่มากมายด้วยประสบการณ์ การสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ท่ามกลางบรรยากาศของเสียงเพลงแห่งมิตรภาพ “เยี่ยมเยียนเรียนรู้...ครูแห่งขุนเขา” กับเรื่องราวดีๆของชีวิตความเร็วต่ำ ที่ไปอย่างช้าๆแต่เห็นคุณค่าอย่างชัดเจน



หลังจากที่ได้ทราบเรื่องราวของครูใหญ่ที่โรงเรียนสบแม่รวม ครูแห่งขุนเขา นามว่า “ชูชาติ พรหมพันธุ์” มาบ้างแล้ว และแล้วพวกเราก็ได้พบเจอตัวจริง เสียงจริง ซึ่งไม่ผิดเพี้ยนเลยสักนิดจากข้อมูลเบื้องต้น ชายวัยใกล้เกษียรใจดี อารมณ์ดี สนุกสนาน ร่าเริงอยู่เป็นนิจ พร้อมอาวุธคู่กาย คือ ขลุ่ยปราบมาร นั่นเอง

หลังจากที่พวกเราล้างหน้าแปรงฟันกันที่ บขส. จังหวัดเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว พี่ผู้นำทีมก็มาบอกว่า อาจารย์มารับแล้ว เพื่อจะไปบ้านที่สันกำแพงกัน เสียงขลุ่ยแว่วมาจากหลังรถปิ๊กอัพสีน้ำเงินคันหนึ่ง นี่คือการต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความยินดี พร้อมคนขับรถกิตติมศักดิ์ นั่นคือ ป้าสุรางค์ คู่ชีวิตอาจารย์นั่นเอง มารอรับพวกเรา รอยยิ้มแห่งมิตรภาพ พร้อมกับการพนมมือไหว้ของพวกเรา


“เชิญเลย เชิญขึ้นรถกันก่อน ” อาจารย์ชูชาติบอกพวกเรา

 


ลำไยหอบใหญ่หลังรถ คือเสบียงยามเช้าที่อาจารย์เตรียมมาให้พวกเราทานกันระหว่างเดินทาง ก่อนที่จะแจกกลองให้สมาชิกช่วยสร้างสีสันการเดินทางครั้งนี้ เสียงขลุ่ย เสียงกลอง เสียงเพลง และรอยยิ้ม ประสานกันอย่างนุ่มนวลและปลุกให้มีชีวิตชีวา

ก่อนจะถึงบ้านป่าเปางาม ป้าสุรางค์พาพวกเราแวะตลาด ซื้อของสดมาทำอาหารกันมื้อเช้านี้ แล้วเราก็ได้เห็นความสามารถอีกอย่างของครูผู้นี้ ท่าวิชาหกหัวตีลังกา ลีลาโยคะ ที่มั่นคง บ่งบอกถึงความเอาใจใส่และดูแลสุขภาพของตนเองเป็นอย่างดี ความเคยชินของคนแถบนี้ที่เห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่สำหรับพวกเรา มันเป็นสิ่งอัศจรรย์จริงๆ เลยทีเดียว



สู่บ้านดงดอยเดียร์ บ้านที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัวพรหมพันธุ์และเรื่องราวมากมาย รอพวกเราค้นหาอยู่ที่นี่ พักผ่อนกันได้ครู่ใหญ่ จึงได้จัดเตรียมรถถีบโบราณ สำรวจความพร้อมของรถ เพื่อนนำพวกเราท่องเมืองสันกำแพงในระยะเวลาครึ่งวันนี้ รถถีบโบราณ ท่ามกลางสีสันแห่งท้องทุ่ง ต้นกล้าแรกหว่าน สีเขียวอ่อนเต็มท้องทุ่ง เบื้องหลังคือภูเขาที่สลับซับซ้อน


อาจารย์กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา ทักทายคนไปตลอดทาง พวกเราขี่รถถีบไปตามทางใหญ่น้อย ผ่านสวนลำไย สู่วัดป่าตึง นมัสการหลวงปู่หล้า ชมความงามของจิตรกรรมฝาผนัง ก่อนจะไปแวะกินไอศกรีมแสนอร่อย เย็นชื่นใจที่สหกรณ์โคนมสันกำแพง เพิ่มพลังกันแล้ว จึงไปต่อที่ อนุสาวรีย์นายเรือน ผู้สร้างเมืองสันกำแพง ชมเตาเผาถ้วยชามโบราณ นมัสการ พระธาตุวัดเชียงแสน ก่อนจะลัดเลาะท้องทุ่งสู่บ้านดงดอยเดียร์อีกครั้ง

หลังจากทานอาหารยามสายกันแล้ว เราก็ได้ร่วมเดินทางไปกับภาพถ่ายนับหมื่นรูป ณ บ้านแห่งนี้ หลายพันหมื่นลี้ และการผจญภัยในต่างแดนในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง ลาว เวียดนาม จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ รวมทั้งในประเทศไทยเราเองด้วยเช่นกัน พวกเราร่วมบรรเลงเพลง ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง บ้างเล่นกลอง บ้างตีฉิ่ง บ้างดีดกีต้าร์ บ้างก็เคาะโต๊ะ ปรบมือไปตามจังหวะ พร้อมเสียงร้อง ตามประสาคนรักเสียงเพลง
นับว่า สันกำแพงและบ้านดงดอยเดียร์ เป็นการต้อนรับการมาเยือนของพวกเราได้ประทับใจสุดๆ ก่อนที่พวกเราต้องไปยังสถานที่อื่นต่อไป พวกเราก็ได้ลงชื่อในสมุดเยี่ยมของอาจารย์ว่า

“ หากมีโอกาสแล้วจะกลับมาใหม่ วันนี้พวกเราได้ทั้งอิ่มท้อง อิ่มกายและอิ่มใจ อาจารย์ชูชาติทำให้พวกเราได้รู้ว่า
ความสุขสามารถหาได้ภายในตัวของเราเอง”

 
 
Copy right 2006@Sumbala Team