เดินทางเยี่ยมเยียนเรียนรู้ มูเส่คี..ป่าสนวัดจันทร์ 3 วัน 2 คืน 






ตุ๊โพ มูเส่คี…ทองดี ธุรวร

…ท่ามกลางป่าสนธรรมชาติผืนสุดท้ายของเมืองไทย ที่นั่นได้เป็นแหล่งเพาะบ่มสรรค์สร้างศิลปินแห่งขุนดอย ในนามของ “วัชพืชหลังเขา” พะตี่ตุ๊โพ กับ เซอะร่าซอเด สองศิลปินปวาเก่อญอผู้กล้าได้กู่ก้องเสียงร้องผ่านบทเพลงอื่อธา ประสานกับเสียงเตหน่า “ธิดาแห่งดงดอย” กลองกบ แกว ขลุ่ยปวาเก่อญอ พะตี่ทั้งสองได้นำหนุ่มสาวปวาเก่อญอรุ่นใหม่อย่าง “ชิ สุวิชานท์” เข้ามาร่วมวง บรรเลงเพลงสื่อความหมาย เล่าเรื่องราวของชีวิตคนบนดอย จากสันดอยสู่ที่ราบลุ่มในเวียงเจียงใหม่ ลงสู่แดนใต้ ณ ลุ่มทะเลสาบสงขลา และเคยบินลัดฟ้าพาคณะไปแสดงไกลถึงญี่ปุ่น


.....สิบกว่าปีก่อนชายหนุ่มนักแสวงหาจากแดนใต้ได้เดินทางขึ้นไปที่มูเส่คี เพราะหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของเพลงคนภูดอย เขาได้เป็นผู้บุกเบิกหนทางให้เสียงเพลงและเตหน่าได้เดินทางไกล ศิลปินบนดอยซาบซึ้งในน้ำใจเขาเป็นอย่างดี และกล่าวถึงเขาอยู่เสมอ ในนามของคนนำทางเพลงภูดอย “สุวิชานนท์ รัตนภิรมย์” หรืออีกนามปากกา อย่าง คำ พอวา และหญ้าน้ำ ทุ่งขุนหลวง


....วันนี้ ที่ป่าสนมูเส่คี หรือที่รู้จักกันดีในนาม ป่าสนวัดจันทร์ พะตี่ตุ๊โพ ซึ่งตุ๊โพ แปลว่าพระน้อย หรือสามเณรนั่นเอง พะตี่(ลุง)เล่าให้ฟังว่าในวันที่กำเนิดมาดูโลก ทีดอยห้วยขม จ.เชียงราย เมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน วันนั้นได้มีเณรมาที่บ้าน แม่ก็เลยตั้งชื่อว่า ตุ๊โพ กระทั่งวัยหนุ่ม ปวาเก่อญอผู้นี้ได้เดินทางแสวงหาคุณค่าและความหมายของชีวิต ไปทั่วขุนดอย ถนนธงชัย เคยเข้าร่วมทำงานกับองค์กรพัฒนาลุ่มน้ำแม่แจ่ม แม้กระทั่งเหตุการณ์สำคัญอย่างกรณีสัมปทานป่าสนวัดจันทร์ ศิลปินผู้นี้ก็อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังการต่อสู้ในครั้งนั้น อีกทั้งเป็นผู้ประสานระหว่างศิลปินใหญ่จากเมืองใหญ่ อย่าง “แอ๊ด คาราบาว” ที่ขึ้นไปร่วมต่อสู้กับศิลปินแห่งขุนเขานับแรมเดือน


จากการต่อสู้และการทำงานเพื่อสังคม การเดินทางของชีวิตก็ต้องการพักผ่อนกับครอบครัวบ้าง ในวันที่สายหมอกเทาลอยบางเบาอยู่เหนือดงสน เขาได้เริ่มจับจอบขุดดินเพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความงาม ลงในพื้นที่ริมลำน้ำใกล้ทุ่งนาในหุบเขา ริมทางจากวัดจันทร์-ห้วยตอง ส่วนบ้านไม้สนหลังสวยกลางสวนบ๊วย และพืชพันธุ์พื้นบ้าน ก็รอต้อนรับการมาเยือนของผองเพื่อนมิตรสหาย ทั้งสายศิลปิน นักเดินทาง และนักแสวงหา เตาฟืนไฟ กาน้ำชา ยังรอคอยการสนทนาข้างกองไฟในคืนหนาว เรื่องราวจากการเดินทางของชีวิตถูกแลกเปลี่ยนถ่ายเทความรู้สึกดีๆให้แก่กัน เตหน่าและกีตาร์ตัวเก่งยังรอบรรเลงให้ผู้มาเยือนได้ลึกซึ้งกับเรื่องราวของ “มูเส่คีอะตาคีหล่า” อยู่เสมอ


.... “ พะตี่ฮู้สึกว่า เหมือนได้เฮียนจบปริญญาจัตวา ซึ่งในเมืองไทยบ่เกยมี มีก้าปริญาตรี โท และเอก พะตี่เป็นคนแรกก็ได้ที่จบปริญญาจัตวา จากป่าสนวัดจันทร์” บางถ้อยคำสนทนาที่เราแลกเปลี่ยนกันในค่ำคืนที่กลิ่นไอลมหนาวเริ่มโชยมาเยือน “วันนี้พะตี่อยากอยู่บ้าน คอยต้อนรับ เจ้าหมู่ที่มาแอ่วหา มาเยี่ยม เผื่อจะได้พาเปิ้นไปแอ่วมู่เส่คีพ่อง”อีกเจตนารมณ์ของศิลปินใหญ่ที่อยากทำ “เราทำเพื่อคนอื่นมานั่กแล้ว อยู่กับคนอื่นมาก็มาก อยากอยู่กับตัวเองและทำเพื่อตัวเองกับครอบครัวบ้าง” แม้ความคิดที่จะทำเพื่อตัวเองแต่ก็ยังมิวายที่จะแบ่งปันให้คนรอบข้างอยู่ดี
 
ลมหนาวมาเยือนอีกกี่ระลอก
ต้นสนก็ยังยืนโต้ลม
เสียงเตหน่าก็ยังบอกผ่านลม
พร้อมเสียงอื่อธาที่ขับขานกล่อมใจ
หากชีวิตยังต้องเดินทาง
ความคิดความรู้สึกก็คงต้องเดินทาง
ณ ที่นั่น ป่าสนวัดจันทร์ แห่งมูเส่คี
ความรู้สึกดีๆ รอคอยการเดินทางของเธอมาเยือน.....
 
รายการเดินทางเยี่ยมเยียนเรียนรู้ มูเส่คี..ป่าสนวัดจันทร์ 3 วัน 2 คืน
 
        
วันแรก

8.00 น. ออกเดินทางจากเชียงใหม่ บนเส้นทาง แม่ริม-สะเมิง
8.45 น. แวะชมวิวป่าสะเมิง และเส้นทางสุดหล้าฟ้าไกลทางไปมูเส่คี
9.30 น. แวะพักร้อน อุทยานแห่งชาติ ออบขาน ล้างหน้าในธารน้ำใส
10.00 น.ชมดงสตรอเบอรี่ ที่บ้านบ่อแก้ว แหล่งปลูกสตรอเบอรี่ที่ใหญ่สุดในเชียงใหม่
11.00 น. แวะเยี่ยมเยียนบ้านม้งแม่ตะละ เรียนรู้วิถีจากแม้วสู่ม้ง
12.00 น. แวะรับประทานอาหาร ที่ศาลานักเดินทางกลางดงดอย
13.00 น. ชมวิว หมู่บ้านกลางป่าสนที่บ้านแจ่มน้อย
14.00 น. แวะพักผ่อนหย่อนกาย ริมบึงน้ำกลางป่าสนสองใบ ที่ห้วยงู
15.00 น. ตระเวนเยี่ยมเยือนผองเพื่อนแห่งดงดอย บนเส้นทางกลุ่มหมู่บ้านตอนเหนือของมูเส่คี
17.00 น. ชื่นชมความงามและมนต์ขลังของพระธาตุวัดจันทร์และโบสถ์สุดเท่
17.30 น. อำลาดวงตาแห่งจักรวาลกับพระธาตุโบราณกลางดงสน
18.00 น. เข้าบ้านพักกลางสวน ทำภารกิจส่วนตัว
18.30 น. อ่อเม-อ่อที-อ่อทีคลอ
19.00 น. แต๊ะเส่อควอะมูเส่คี กับเตหน่า+อื่อธา จากพะตี่ตุ๊โพ
21.00 น. นอนกอดไอหนาว รอไออุ่นแสงดาวกลางป่าสน
 

วันที่สอง

เช้ามืด ชื่นชมสายหมอกยามรุ่งอรุณ ตามเส้นทาง โครงการหลวง-ห้วยตอง
7.30 น. อ่อเม-อ่อที-อ่อทีคลอ
8.00 น. แต๊ะเส่อควอะมูเส่คี ตามเส้นทาง บ้านใหม่-แจ่มหลวง-นาเกล็ดหอย-ห้วยยา
12.00 น.อ่อเม-อ่อที-อ่อทีคลอ ริมลำน้ำแม่แจ่ม
13.00 น.พักผ่อนในสายน้ำ ตามใจคุณ
14.00 น.แอ่วทุ่งนา กลางป่าสน เยี่ยมบ้านปว่าเก่อญอกลางป่าดอย
16.00 น.กลับบ้านพัก เรียนรู้การทำอาหารแบบปวาเก่อญอ
18.00 น.อ่อเม-อ่อที-อ่อทีคลอ
19.00 น. “ดนตรีใต้แสงดาว เรื่องราวในป่าสน” กับคนเดินทาง และวัชพืชหลังเขา
21.00 น......................นั่ง-นอน-ตื่น-หลับ ฝันถึงวันที่ดีงาม

        
 
       
วันที่สาม

สายๆหน่อย อ่อเม-อ่อที-อ่อทีคลอ
9.00 น. เลือกซื้อหา ของฝากจากดงดอย
10.00น. เดินป่าต้นน้ำออกฮู มูเส่คี ก่อนลาดอย
12.00น. อ่อเม-อ่อที ก่อนเดินทางกลับเชียงใหม่โดยความงาม
 
ค่าใช้จ่ายการเดินทางสำหรับโปรแกรมนี้
- สำหรับ 10 ท่าน  ----> ราคาเริ่มต้นจาก เชียงใหม่      2,000 บาท ต่อ ท่าน / ราคาเริ่มต้นจาก กรุงเทพฯ     3,000 บาท ต่อ ท่าน

ค่าใช้จ่ายรวม
: ค่าอาหาร 8 มื้อ, ค่ารถ 4WD และน้ำมันในการเดินทางเยี่ยมเยียนเรียนรู้วัดจันทร์ 3 วัน 2 คืน (เชียงใหม่ - วัดจันทร์ - เชียงใหม่), ค่าที่พัก 2 คืน
                          (สำหรับค่าใช้จ่ายที่เริ่มจาก กรุงเทพฯ รวมค่ารถทัวร์ปรับอากาศ ชั้น 1 ไป-กลับ กรุงเทพฯ- เชียงใหม่)

ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้รวม : อาหารมื้อเย็นในวันเดินทางกลับ (วันที่ 3)
 
หมายเหตุ : ในช่วงปลายเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน ท้องทุ่งนาจะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวแก่ เป็นเหลืองทองทั่วทั้งบริเวณ สุดสายตา และระหว่างเส้นทางเดิน ดอกบัวตองกำลังเบ่งบอกเต็มท้องทุ่ง สีเหลืองอร่ามไปทั่วเช่นกัน
 
สนใจสอบถามโปรแกรมได้ที่ 087-382-5564 หรือ 081-786-9341 หรือ E-mail มาที่ sumbalaland@yahoo.com

หรือ คลิกที่นี่
 
 
Copy right 2006@Sumbala Team